แนะนำ
Home » บทสวดมนต์ » บทสวดคาถาชินบัญชร

บทสวดคาถาชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชร (อ่านว่า ชินะ- ชินนะบันชอน) เป็นบทสวดมนต์ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี และยังเป็นหนึ่งในบทสวดมนต์ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมสวดมากที่สุด เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

การท่องบทสวดคาถาชินบัญชรให้เราเตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก และดอกมะลิร่วง (เด็ดก้านดอก) 1 กำ ธูปหอมอย่างดี 9 ดอก และเทียนจำนวน 9 เล่ม จากนั้นให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยการตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วจึงตั้งจิตระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี

บทสวดคาถาชินบัญชร

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบ : http://www.nongrangga.com

บทสวดคาถาชินบัญชร โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ตั้งนะโม ๓ จบ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

บทนำ (ตั้งจิตระลึกถึง สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี)

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง     ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ       เทวานังปิยะตัง สุตตะวา
อิติปิโส  ภะคะวา  ยะมะราชาโน  ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง  อะระหัง  สุคะโต  นะโมพุทธายะ

เริ่มบทสวดคาถาชินบัญชร

๑.  ชะยาสะนากะตา  พุทธา  เชตะวา  มารัง  สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง  ระสัง  เย  ปิวิงสุ  นะราสะภา

๒.  ตัณหังกะราทะโย  พุทธา  อัฎฐะวีสะติ  นายะกา  สัพเพ
ปะติฏฐิตา  มัยหัง  มัตถะเก  เต  มุนิสสะรา

๓.  สีเส  ปะติฏฐิโต  มัยหัง  พุทโธ  ธัมโม  ทะวิโลจะเน
สังโฆ  ปะติฏฐิโต  มัยหัง  อุเร  สัพพะคุณากะโร

๔.  หะทะเย  เม  อะนุรุทโธ  สารีปุตโต  จะ  ทักขิเณ
โกณฑัญโญ  ปิฏฐิภาคัสมิง  โมคคัลลาโน  จะวามะเก

๕.  ทักขิเณ  สะวะเน  มัยหัง  อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป  จะ  มะหานาโม  อุภาสุง วามาโสตะเก

๖.  เกสะโต  ปิฏฐิภาคัสมิง  สุริโย  วะ ปะภังกะโร
นิสินโน  สิริสัมปันโน  โสภิโต  มุนิ  ปุงคะโว

๗.  กุมาระกัสสะโป  เถโร  มะเหสี  จิตตะวาทะ  โก
โส  มัยหัง  วะทะเน  นิจจัง  ปะติฏฐาสิ  คุณากะโร

๘.  ปุณโณ อังคุลิมาโล  จะ  อุปาลี  นันทะสีวะลีเถรา
ปัญจะอิเมชาตา  นะลาเฏ  ติละกา  มะมะ

๙.  เสสาสีติ  มะหาเถรา  วิชิตา  ชินะสาวะกา  เอเตสีติ
มะหาเถรา  ชิตะวันโน  ชิโนระสา  ชะลันตา สีละเตเชนะ  อังคะมังเคสุ  สัณฐิตา

๑๐.  ระตะนัง  ปุระโต  อาสิ  ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง  ธะชัคคัง
ปัจฉะโต  อาสิ  วาเม  อังคุลิมาละกัง

๑๑.  ขันธะโมระปะริตตัญจะ  อาฏานาฏิยะ  สุตตะกัง
อากาเส  ฉะทะนัง  อาสิ  เสสา  ปาการะสัณฐิตา

๑๒.  ชินา  นานา  วะระสังยุตตา  สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา  พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

๑๓.  อะเสสา  วินะยัง  ยันตุ  อะนันตะชินะเตชะสา วะสะ โต เม
สะกิจเจนะ  สะทา  สัมพุทธะปัญชะเร

๑๔.  ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ  วิหะรันตัง  มะฮีตะเล  สะทา
ปาเลนตุ  มัง  สัพเพ  เต  มะหาปุริสา สะภา

๑๕.  อิจเจวะมันโต  สุคุตโต  สุรักโข ชินานุภาเวนะ  ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ  ชิตาริสังโฆ  สังฆานุภาเวนะ  ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต  จะรามิ ชินะปัญชะเรติฯ

====================================================================

ความหมายของบทสวดคาถาชินบัญชร (คำแปล)

๑. พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรส คืออริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

๒. มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนามว่าตัณหังกรเป็นอาทิ พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

๓. ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

๔. พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

๕. พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

๖. มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ ดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

๗. พระเถระกุมารกัสสปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

๘. พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฎเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

๙. ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัยแต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ ด้วยเดชแห่งศีล ให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

๑๐. พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตร อยู่เบื้องหลัง

๑๑. พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

๑๒. อนึ่งพระชินพุทธเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

๑๓. ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตะชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใด ๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชร แวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

๑๔. ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

๑๕. ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวง ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*